วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11

วันอังคารที่  18  ตุลาคม  2559


ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้เป็นการนำเสนอของเล่นที่ทำไว้เล่นในมุม  โดยมีชิ้นงานดังนี้

         นาฬิกาธรรมชาติ       
                                                                      ตุ๊กตาเต้นระบำ
วงโคจรของโลก
ทวินเทรน์
กล่องสุริยะจักรวาล
ผีเสื้อเริงระบำ
ลานหรรษา
ไข่มหัศจรรย์
ภาพใต้น้ำ







               จากนั้นอาจารย์ได้แจกกระดาษบรูฟให้กลุ่มละ 1 แผ่น  เพื่อนำมาระดมความคิดเกี่ยวกับ เรื่องใกล้ตัวเด็ก/เรื่องที่เด็กอยากรู้/ตามหลักสูตรกำหนด  โดยใช้ mind map เป็นเครื่องมือทางเทคโนโลยี  เชื่อมโยงกับมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์  โดยมีหัวข้อใหญ่ๆ ใน mind map คือ ประเภท/ชนิด  ลักษณะ  การดูแลรักษา/การถนอน/การดำรงชีวิต  ประโยชน์   ข้อควรระวัง/โทษ

 กลุ่มของเราเลือกหน่อย  กล้วย

                เมื่อทุกกลุ่มเลือกหน่วยของตนเอง โดยที่ไม่ซ้ำกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆและต้องเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ได้แล้วทุกกลุ่มก็ลงมือทำ mind  map ของกลุ่มตนเอง แล้วนำไปติดไว้ที่หน้าห้อง  
จากนั้นอาจารย์ได้ตรวจหน่วยของแต่ละกลุ่ม  ให้คำแนะนำและบอกว่าควรปรับปรุงเนื้อหาในส่วนใด









การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

                   การเขียน Mind Mapping  ทำให้เราได้ความรู้รวบยอดโดยรวมทั้งหมด และรู้ว่าในแต่ละหน่วยมีข้อแยกย่อยเป็นอะไรบ้าง  ทำให้ง่ายต่อการจำและง่ายต่อการนำไปจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ในแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
กล้วย   Banana
ไก่   Chicken
ส้ม    Orange
นม     Milk
น้ำ   Water

การประเมินผล
ประเมินตนเอง  ระดมความคิดร่วมกับเพื่อนและคิดในหัวข้อที่ตนเองเลือก
ประเมินเพื่อน   เพื่อนๆต่างทำงานในหน้าที่ของตนเอง
ประเมินอาจารย์    อาจารย์มีคำแนะนำให้แก้ไขส่วนที่ใช้คำผิด  วิธีการที่ผิด

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10

วันอังคารที่  11  ตุลาคม  2559

ความรู้ที่ได้รับ
             วันนี้อาจารย์ให้ทุกคนเขียนแผนผังกราฟฟิกการทำของเล่นของตนเอง  ที่สั้นกระชับเข้าใจง่ายลงในกระดาษเอสี่แล้วนำไปติดที่หน้าห้อง  จากนั้นอาจารย์ก็ให้คำแนะนำในการเขียนแผนผังกราฟฟิก
             หลังจากนั้นให้แบ่งกลุ่ม 8 คน  ช่วยกันระดมความคิดว่ากลุ่มของตนเองจะทำของเล่นชิ้นใด แล้วนำไปนำเสนอหน้าห้องเรียน  
โดยกลุ่มของเราเลือกทำ ขวดบ้าพลัง

อุปกรณ์ 
ขวดน้ำ       ลูกโป่ง           หนังยาง 
กรรไกร      คัตเตอร์          กระดาษกาว

วิธีทำ"ขวดบ้าพลัง" 

-  ใช้กรรไกรตัดก้นขวดออก 
-  ตัดหัวลูกโป่งออก แล้วนำมาสวมขวดที่ตัดก้นออกแล้ว
-  ใช้หนังยางรัดลูกโป่งกับขวดให้แน่น
-  ใช้กระดาษกาวติดทับหนังยางอีกรอบ
-  ทดลองดึงลูกโป่ง  ถ้าไม่หลุดก็ถือว่าเสร็จพร้อมใช้
 
การสอน
     -  นำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้วางบนโต๊ะ  แล้วถามเด็กๆว่าเด็กๆเห็นอะไรบ้าง  จากนั้นแนะนำอุปกรณ์พร้อมถามเด็กๆรู้จักอุปกรณ์ชิ้นนี้ไหม และมันสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง ถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเด็กไม่รู้จักครู้ต้องบอกชื่ออุปกรณ์พร้อมทั้งหยิบให้ดู
     -  เชื่อมโยงความรู้ให้เด็กๆ การเคลื่อนที่ ที่เกิดจากแรงดันอากาศ   สิ่งรอบตัว/ชีวิตประจำวันว่าเด็กๆจะทำอะไรได้บ้างให้วัตถุเคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ
     -  ครูเด็กๆชวนประดิษฐ์ของเล่นที่เคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ
     -  ชวนเด็กหาวิธีการทำขวดบ้าพลัง จากอินเทอร์เน็ต
     -  ดูวิดิโอจากสื่อที่เราทำลงไว้ในยูทิว   หลังจากนั้นครูสาธิตขั้นตอนการทำขวดบ้าพลัง
     -  
แจกอุปกรณ์ให้เด็กๆลองประดิษฐ์
     -  เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วให้เด็กนำของเล่นมาทดลองโดยเล่น/การแข่งขันกัน ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดสังเกตลักษณะต่างๆของของเล่นและมีการเก็บข้อมูล
     -  ให้เด็กเปรียบเทียบประสิทธภาพของของเล่น เช่น ความแรง ความไกลของสิ่งของ โดยการทำเป็นตารางกราฟ
     -  ร่่วมกันสรุป โดยถามเด็กๆว่า ลูกปิงปองเคลื่อนที่ได้อย่างไร


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

การจัดประสบการณ์ควรมีการแนะนำเด็กอย่างเป็นขั้นตอน  มีเทคนิคดึงดูดความสนใจเด็ก

คำศัพท์

graphic organizers   ผังกราฟฟิก

Balloon   ลูกโป่ง
connect   เชื่อมโยง
instructional media   สื่อการเรียนการสอน
competition   การแข่งขัน

การประเมินผล
ประเมินตนเอง   มีความเครียดเนื่องจากตัวแทนกลุ่มออกไปนำเสนอ แต่ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาที่ถูกต้องได้
ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆช่วยกันคิดงานให้ออกมาตรงตามจุดประสงค์
ประเมินอาจารย์   อาจารย์ย้ำเตือนการทำงานที่ถูกต้องและให้ทุกคนได้ช่วยกันคิด

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9

วันอังคารที่  4  ตุลาคม  2559


ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้เป็นการเรียนกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยอาจารย์ได้ให้พี่ๆนักศึกษาชั้นปีที่ 5 พาพวกเราทำกิจกรรม  ทาโกะยากิไข่ขาว  

โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด  4  ฐาน   คือ

1. วาดภาพวัตถุดิบและอุปกรณ์
2. เตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบ
3. ผสมวัตถุดิบที่มีพร้อมปรุงรสให้ส่วนผสมเข้ากัน
4. ทำทาโกะยากิไข่ข้าว


วัตถุดิบ
ปูอัด    ไข่    ข้าว    แครอท    มะเขือเทศ   หอมหัวใหญ่   เครื่องปรุงรส   มาการีน

อุปกรณ์
มีด   เขียง    จาน    ถ้วย    เตาทาโกะยากิ    ช้อน


 ก่อนเข้าสู่กิจกรรมครูจะร้องเพลงเพื่อเก็บเด็กให้เงียบและหันมาสนใจเรา เพลงที่พี่ๆเลือกมาใช้วันนี้ คือ
เพลง  มือน้อยของฉัน
มือ  มือ  มือ  มือ               มือของฉัน
วางมันไว้บนไหล่             มือน้อยน่ารัก
วางบนไหล่ฉันนี่               มือ  มือ  มือ  มือ
มือของฉันวางไว้บนตัก     มือน้อยน่ารัก  วางบนตักฉันเอง

หลังจากนั้นให้เลือกเพลงที่นำเข้าสู่กิจกรรมในวันนี้  เพลงที่นำมาร้องวันนี้คือ  
เพลง   อาหารดีนั้นมีประโยชน์
อาหารดี   นั้นมีประโยชน์
คือผักสด  เนื้อหมู  ปู  ปลา
เป็ด  ไก่  ไข่  นม  ผลไม้นานา
ล้วนมีคุณค่า  ต่อร่างกายของเรา

*  ทุกครั้งที่มีการร้องเพลง  ครั้งที่ 1 คุณครูร้องเพลงให้เด็กฟังก่อน 1 รอบ
                                            ครั้งที่ 2 คณุครูร้องแล้วให้เด็กร้องตามไปทีละท่อน
                                            ครั้งที่ 3 คณุครูและเด็กร้องไปพร้อมๆกัน

                    เมื่อร้องเพลงจบคุณครูก็ตั้งคำถามนำเข้าสู่บทเรียน  คือ เด็กๆรู้จักอาหารอะไรบ้างในเพลง อาหารดีนั้นมีประโยชน์แล้วนอกจากในเพลงมีอาหารอะไรอีกบ้างที่มีประโยชน์   หลังจากนั้นก็ใช้คำถามว่า  เด็กๆรู้ไหมว่าวันนี้คุณครูจะพาเด็กๆทำอะไร  จากนั้นก็เริ่มแนะนำวัตถุดิบ  อุปกรณ์  และสาธิตวิธีการทำให้เด็กๆดูเป็นตัวอย่าง

แบ่งเด็กๆออกเป็นสี่กลุ่ม
ฐานที่ 1  วาดวัตถุดิบและอุปกรณ์



ฐานที่ 2  เตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบ




ฐานที่ 3  ผสมวัตถุดิบและปรุงรส




ฐานที่ 4  ทำทาโกะยากิ






หลังจากที่ทำกิจกรรมครบทุกกลุ่มแล้ว  คุณครูและเด็กก็ร่วมกันสรุปกิจกรรมในวันนี้ 
* ทุกครั้งที่มีการทำกิจกรรมคุณครูต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด  คอยให้คำแนะนำ  อีกทั้งชี้ให้เด็กสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

การเลือกใช้เพลงต้องเลือกใช้ให้เข้ากับกิจกรรมที่เราต้องการสอน  เพราะเนื้อเพลงจะสามารถเชื่อมความรู้ไปในขั้นถัดไปได้และนำเข้าสู่บทเรียนได้อย่างตรงเนื้อหา

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
Food      อาหาร
Main  Ingredient     ส่วนผสมหลัง
Cooking Method    วิธีทำ
Egg   ไข่
Rice   ข้าว

การประเมินผล
ประเมินตนเอง   ให้ความสนใจและร่วมลงมือทำไปพร้อมกับเพื่อนๆ
ประเมินเพื่อน    เพื่อนๆให้ความสนใจกิจกรรมและแบ่งปันกันลงมือปฏิบัติ  มีการจดบันทึกและถ่ายภาพ
ประเมินอาจารย์   อาจารย์ให้โอกาสนักศึกษาได้ลงมือทำและคอยให้คำแนะนำเพิ่มเติม

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

วันอังคารที่ 27  กันยายน  2559

งดการเรียนการสอนเนื่องจากสอบกลางภาคเรียน

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6

วันอังคารที่ 13  กันยายน   2559

ความรู้ที่ได้รับ


คัดลายมือหัวกลมตัวเหลี่ยมจากกระดาษสมุดที่มีเส้น

แนวคิดพื้นฐานวิทยาศาสตร์
  1. การเปลี่ยนแปลง =  ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  2. ความแตกต่าง  =  ทุกสิ่งทุกอย่างมีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน  ต้องอาศัยการสังเกตสิ่ง                                  ต่างๆรอบๆตัว
  3. การปรับตัว  =  ทุกสิ่งทุกอย่างมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
  4. การพึ่งพาอาศัยกัน  =  ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
  5. ความสมดุล  =  มีการต่อสู้เพื่อรักษาชีวิตและปรับสมดุลให้มีความผสมกลมกลืน
การทำของเล่นควรให้เด็กได้บูรณาการทักษะความคิดสร้างสรรค์ด้วย
ความคิดริเริ่ม -- ความคิดคล่องแคล่ว -- ความคิดยืดหยุ่น -- ความคิดละเอียดละออ -- ความคิดสร้างสรรค์

มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
  • สาระที่ 1  สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
  • สาระที่ 2  ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
  • สาระที่ 3  สารและสมบัติของสาร
  • สาระที่ 4  แรงและการเคลื่อนที่
  • สาระที่ 5  พลังงาน
  • สาระที่ 6  กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
  • สาระที่ 7  ดาราศาสตร์และอวกาศ
  • สาระที่ 8  ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิดิโอ  ความลับของแสง





  • แสงเป็นคลื่นชนิดหนึ่งเหมือนๆกับคลื่นของทะเล  สามารถคลื่นที่ได้เร็ว 300,000 กิโลเมตร/วินาที
  • แสงช่วยทำให้เรามองเห็น โดยเราสามารถมองเห็นวัตถุได้เพราะแสงส่องมาโดนวัตถุแล้วสะท้อนมาสู่ตาของเรา
  • แสงที่พุ่งเข้ามาหาเรามีลักษณะเป็นเส้นตรง และมีการหักเหของแสงเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง
  • วัตถุที่แสงสามารถทะลุผ่านได้  มีลักษณะต่างกัน 3 แบบ  โดยสองแบบแรกมีลักษณะคล้ายกันก็คือ แสงทะลุผ่านไปได้และสะท้อนกลับมาที่ตาเราได้  เรียกว่า วัตถุโปร่งแสงและวัตถุโปร่งใส ส่วนวัตถุอีกแบบ คือ ดูดกลืนแสงบางส่วนและสะท้อนบางส่วนกลับมา  เรียกว่า วัตถุทึบแสง ซึ่งเป็นชนิดที่เป็นส่วนใหญ่ในโลก 
  • การสะท้อนของแสงทำให้เรามองเห็นวัตถุต่างๆ  

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

           การคัดลายมือเป็นการฝึกให้เราเขียนตัวหนังสือได้สวยง่ายต่อการอ่านมากกว่าเดิม  และวิดิโอเรื่องความลับของแสง ยังนำไปบูรณาการเป็นการเรียนรู้เรื่องหน่วยต่างๆ หรือ การทำสื่อง่ายๆกับเด็ก

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลง  Change
ความแตกต่าง  Variety
การปรับตัว   Adjustment
การพึ่งพาอาศัย   Maturity
ความสมดุล   Equilibrium

การประเมินผล
ประเมินตนเอง   เข้าเรียนตรงเวลาและตั้งใจฟังความรู้จากวิดิโอ
ประเมินเพื่อน  เพื่อนๆตั้งใจฟังวิดิโอและมีการจดบันทึก
ประเมินอาจารย์  อาจารย์มีการเปิดโอกาสให้ถามและให้วิดิโอกับตัวแทนเพื่อนำไปศึกษาเพิ่มเติม

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7

วันอังคารที่ 20  กันยายน  2559
ความรู้ที่ได้รับ


             เริ่มด้วยการคัดไทยหัวกลมตัวเหลี่ยมเหมือนเช่นทุกครั้ง  จากนั้นให้นักศึกษาหยิบกระดาษคนละหนึ่งแผ่นวาดมือตนเองลงไป แล้วให้นำปากกาเมจิมาขีดเส้นโดยส่วนที่เป็นมือให้ขีดเป็นเส้นโค้งส่วนที่ไม่ใช่มือให้เป็นเส้นตรงไม่ให้เส้นขาดกัน  และนำปากกาอีกสีมาขีดเหมือนกันให้เส้นใกล้ๆกัน



              จากภาพจะเห็นได้ว่าเป็นภาพสามมิติขึ้นมา  ซึ่งอุปกรณ์ที่หาง่ายแค่นี้ก็สามารถทำให้เรามีเรื่องที่จะนำไปสอนและเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กได้แล้ว

              จากนั้นก็ให้ทุกคนออกไปนำเสนอของเล่นของตนเอง  โดยให้ออกไปตามกลุ่มลักษณะของตนเอง  เช่น  การเกิดเสียง  แรงหนีศูนย์กลาง  ความหนาแน่น เป็นต้น


               หลังจากทุกคนนำเสนอของเล่นเสร็จหมดแล้ว  อาจารย์ก็ให้ทุกคนตัดดอกไม้ของตัวเองแล้วนำสีเมจิมาระบายตรงกลางของดอกไม้ จากนั้นพับกลีบดอกไม้เข้าหากัน  แล้วลองนำไปลอยน้ำเมื่อลอยไปได้สักพักดอกไม้จะค่อยๆคลีดอกออกมา เพราะน้ำจะค่อยๆซึมเข้าไปในเยื่อของกระดาษ เมื่อกระดาษหนักก็จะทำให้ค่อยๆคลีบานออก  เช่นเดียวกับการแช่ดอกไม้ที่บ้านนั่นเอง



แก้ไขของเล่นวิทยาศาสตร์  กีต้าร์มีเสียง

อุปกรณ์
-  กาว              -  สะดึงปักผ้า            -  สีไม้
-  กรรไกร         -  ยางมัดถุงแกง       -  ปากกาสี        -  กระดาษลัง


วิธีทำ
-  หมุนน็อตสะดึงออกจากกันจากนั้นนำหนังยางมาคล้องสะดึงตัวในสามเส้นให้มีความห่างเท่าๆกัน



-  จากนั้นนำมาใส่สะดึงแล้วหมุนน็อตให้แน่น


 -  นำมาทาบกับกระดาษแล้ววาดตามสะดึง จะได้ออกมาเป็นวงกลมให้ระบายสีลงไปภายในวงกลม




 -  ตัดกระดาษตามขอบวงกลมแล้วนำมาติดกับสะดึงปักผ้า


-  ตัดกระดาษลังให้เป็นตัวกีต้าร์นำเชือกมาโยงแล้วมัดกับสะดึง ทำให้ออกมาเป็นกีต้าร์ของเล่นได้



              การเกิดเสียงของกีต้าร์นั้นจะมีหลักการเกิดเสียงได้จากการดีดที่สายลวด โดยจะนำสายลวดนั้นมาดึงให้ตึงแล้วก็ใช้นิ้วมือดีดทำให้เกิดเสียง โดยเสียงที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการสั่นพ้อง หรือที่เรียกว่า เรโซแนนซ์ (resonance) 
              โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อทำการดีดสายกีต้าร์จะสังเกตุเห็นได้ว่าสายของกีต้าร์นั้นจะเกิดการสั่นสะเทือน ซึ่งการสั่นสะเทือนของสายลวดและแผ่นไม้ของกีต้าร์นั้นทำให้เกิดการปะทะกับโมเลกุลของอากาศทำให้เกิดการเคลื่อนที่เข้าหากันหรือแยกออกจากกัน คลื่นโมเลกุลของอากาศที่เกิดการอัดตัวเป็นลำดับอย่างต่อเนื่องนี้เอง ทำให้เกิดคลื่นเสียงและคลื่นที่อัดตัวอยู่ภายในตัวของกีต้าร์ส่วนใหญ่นั้นก็จะทำให้เสียงนั้นเล็ดรอดออกมาจากทางรูตรงกลางของตัวกีต้าร์และเคลื่อนที่ไปยังหูของเรา และมันก็จะถูกส่งต่อไปยังเส้นประสาทเพื่อนำไปแปลความหมายที่สมองและนั้นก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงเพลงที่ทุก
คนได้ยินนั้นเอง 
โดยการเกิดเสียงของกีต้าร์นั้นจะมีทั้งเสียงสูงและเสียงต่ำ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดระดับเสียงสูงและเสียงต่ำนี้ก็คือ
1. ความตึงของสายลวด ซึงความตึงของสายลวดนี้เองทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกัน โดยสายลวดของกีต้าร์ที่ตึงกว่าจะทำให้มีระดับเสียงที่สูงกว่าสายลวดที่หย่อนกว่านั่นเอง
2. ขนาดของสาย สายขนาดใหญ่ก็จะให้เสียงทุ้มหรือเสียงที่ต่ำกว่าสายขนาดบางหรือเล็ก
3. ความยาวของสาย นอกจากนี้แล้วความสั้น-ยาวของสายก็จะมีระดับเสียงที่ต่างกัน สายที่สั้นก็จะให้เสียงสูงกว่าสายที่ยาวกว่า



การนำไปประยุกต์ใช้

การมองหาสิ่งใกล้ทำให้เราได้อะไรทำในสิ่งที่ใหม่ๆจากสิ่งใกล้ตัวได้  นำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนและการสอนของตนเอง  ของที่หาได้ง่ายหรือเป็นของเหลือใช้ต่างก็นำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งนั้น

คำศัพท์
Three-dimensional   สามมิติ
Flower   ดอกไม้
Guitar   กีต้าร์
Water   น้ำ
Embroidery hoop   สะดึง

การประเมินผล
ประเมินตนเอง  :  มีความรับผิดชอบต่องานของตนเอง
ประเมินเพื่อนๆ  :  เพื่อนๆให้ความสนใจกับกิจกรรมในห้องและชวนกันวิเคราะห์ของเล่น
ประเมินอาจารย์  :  อาจารย์พยายามสอนให้เรามองสิ่งต่างๆที่มีอยู่แล้วมาใช้ประโยชน์